เที่ยวซานฟรานซิสโก

แวะชมสะพานโกลเด้นเกท เดินเล่นรอบเมือง แวะร้านไอศครีมสเวนเซ่นส์ร้านแรกในโลก


เป็นความฝันครั้งหนึ่งที่อยากมามากๆ เพราะเวลาดูหนังฮอลีวู้ดทีไรก็จะเห็นสะพานสีแดงๆนี้
เป็นส่วนหนึ่งในหนังตลอด บางครั้งเปิดนิตยาสารท่องเที่ยวก็มีความคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมา
ถ่ายรูปเอาแบบให้มีแบล็คกราวเป็นรูปสะพาน อิอิอิ อีกอย่าง ยังมีร้านไอศครีมสเวนเซ่น
ที่แรกในโลกซึ่งก็ตั้งอยู่ที่นี้ รวมถึงไซน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา และอื่นๆอีกมากมาย
เลยอยากมาสักครั้งให้เห็นเป็นขวัญตา

หลายคนบอกว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพที่แพงที่สุดในอเมริกา หลังจากที่ได้ไป
ก็มีความรู้สึกเช่นกัน อาหารแพง ค่าห้องแพง และอื่นๆ เอาเป็นว่าตามมาดูกันเลยดีกว่า

 

แท็กยอดฮิต

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

เที่ยวสั้นๆระหว่างรอเครื่องที่กรุงโซล

เล่นพนันที่คาสิโนในลาสเวกัส

ไปรัสเซียเที่ยวมอสโก

ดูตามแผนที่เมืองก็ไม่ได้ใหญ่มาก เดินเล่นได้โดยเฉพาะแหล่งช๊อปปิ้งต่างๆ ไม่ต้องขึ้นรถให้
เสียเวลาหากชอบเดิน เพราะถ้าขึ้นรถ ก็ต้องเสียค่ารถอีก

ซานฟรานซิสโกนั้นตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากที่นี้คือ
ชาวสเปน (ถึงว่าได้กลิ่นอายความเป็นสเปนอยู่) เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงมากๆ
และความหนาแน่นประชากรก็เป็นอันดับสองของประเทศ ดูตามแผนที่ก็นึกว่าจะเป็นเมือง
เรียบๆที่ไหนได้ เดินขึ้นลงเหนื่อยมาก เพราะมันเป็นเนินเป็นเขา เดินลำบากมาก


ผมบินมาซานฟรานซิสโกจากเกาหลี โดยก่อนมาก็รู้สึกเหนี่ยวตัวมากๆ เลยรู้ว่าที่เกาหลีมี
ห้องอาบน้ำฟรีเลยไปใช้บริการ เหมือนห้องน้ำโรงแรมมาก สะอาดดีใหญ่ด้วย
หลังจากใช้บริการห้องน้ำเสร็จ ก็ไปที่เลานจ์ต่อ สำหรับคนที่ถือบัตร JCB สามารถเข้า
ใช้บริการ Sky Hub Lounge ได้ และนี้ก็เป็นบรรยากาศด้านในครับ


ในเลานจ์นั้นมีอาหาร เบียร์ ไวน์ ครบครัน ผมกินจนจุกแบบไม่เหลือที่ให้กินอาหารตอนขึ้น
เครื่องเลยทีเดียว พอกินเสร็จจากนั้นก็บินลัดฟ้าไปซานฟรานซิสโกกันเลยครับ



ลงจากสนามบิน ผมก็นั่งรถ BART จากสนามบินเข้ามาในเมืองมาลงที่ สถานี Powell

 


สถานี Powell นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย มีร้านอาหาร ห้าง ร้านเยอะแยะไปหมด

ตามรูปคือแผนที่ที่สามารถดูได้ภายในรถไฟ


ออกจากหน้าสถานีมาก็จะเจอรถรางเก่าๆ และก็ผู้คนเดินกันไปมาเต็มไปหมด อารมณ์ที่นี้
ดูไปดูมาก่อนคล้ายๆนิวยอร์ก ทุกคนดูเร่งรีบ ส่วนคนไร้บ้านก็เยอะอยู่ ตกดึกนี้ไม่ต้อง
พูดเลย คือเต็มถนนเลย ดูเหมือนน่ากลัวนะ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะเราก็ไม่ได้
เอาตัวเองไปสุ่งสิงเขาอยู่แล้ว อันนี้เป็นบรรยากาศรอบๆในใจกลางเมือง

 

 

ผมได้จองที่พักที่ San Francisco International Hostel ผ่าน Booking.com
บอกได้เลยว่าที่จองเพราะมันถูกสุด ขนาดถูกสุดก็ยังตกพันกว่าบาทต่อคืน ห้องแออัด
ห้องน้ำอยู่นอกห้อง ห้องมีกลิ่นอับ และอื่นๆ เคยสงสัยนะว่าขนาดบ้านเขาแพงแบบนี้
แต่พอฝรั่งมาเที่ยวไทย ห้องราคาถูกแสนถูกแต่เราดีกว่าเยอะแยะ ยังโดนบ่นโดนต่อว่าอีก
ผมนี้ไม่เข้าใจฝรั่งพวกนั้นเลยจริงๆ สิ่งเดียวที่ดีคือมันอยู่ใจกลางเมืองเลย
เอาเป็นว่าใครจะมาพักที่ซานฟราน ถ้ามากับเพื่อนก็แนะนำให้หารค่าห้องพักโรงแรม
ไปเลยดีกว่าจะโอเคมากกว่า แต่รอบนี้ผมเอางบมาช๊อปปิ้งกับดื่ม เลยไม่ค่อยลงทุน
ค่าที่พักเท่าไหร่


เนื่องจากมาถึงเร็วเลยเช็คอินไม่ได้ เขาไม่ให้เช็คอิน ผมเลยออกไปเดินเที่ยวเตร่ตามถนน
ผมใช้เน็ต AIS SIM2FLY ที่ซื้อมาจากประเทศไทย อยากบอกว่าแรงและดีมาก
ไม่ต้องไปหาซื้อซิมการ์ดให้เสียเวลา

ที่แรกที่ผมไปก็คือ Justin Herman Plaza และก็เดินทะลุไปที่
Ferry Plaza Farmer's Market


Ferry Plaza Farmer's Market


ด้านในก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เป็นร้านค่าย่อมๆ มีร้านกาแฟและก็ห้องน้ำ
หากใครเดินเล่นและไม่รู้จะไปเยี่ยวที่ไหนดี ก็สามารถมาใช้บริการที่นี้ได้

พอเดินทะลุออกมาก็จะเจอวิวทะเลและก็สะพานเบย์ (Bay Bridge)
หรือ มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Oakland bay bridge ซึ่งเป็นสะพานข้ามไปเมือง
Oakland ซึ่งเมืองนี้ก็ติด 1 ใน 10 ของอเมริกาที่ว่าอันตรายเลยทีเดียว ถ้าจะแวะไปเที่ยว
ก็ไม่แนะนำให้ไปเดินเล่นหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่ามันอันตรายมาก

บริเวณนี้มีนกนางนวลเยอะมาก และพวกนี้ไม่กลัวคนด้วย
แบบยืนเก๊กให้คนถ่ายรูปกันสนุกเลยทีเดียว


พอเดินได้วนที่เดิมได้สักพัก ก็ถึงเวลาไปเยี่ยมชมที่ที่เขาบอกว่าต้องมากัน นั้นก็คือ PIER 39
ที่นี้มีอะไรงั้นหรือทำไมต้องมา? จริงๆก็มีแค่ร้านอาหารชิคๆ กับแมวน้ำที่มาเกาะอยู่บนแท่น
ลอยไปลอยมา กลิ่นนี้ไม่ต้องบอก แรงมากกๆ

PIER 39

 

 

คือมันน่ารักมากๆนะ แต่มันอันตรายอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่า ตอนกลางคืน มันจะมานอนบริเวณ
เดิมหรือเปล่าหรือหาที่พักที่ใหม่กัน

 

ร้อนมากๆในช่วงกลางวัน เดือนที่ผมมาคือพฤษภาคม


ถัดต่อมาก็คือไซน่าทาวน์ ซึ่งที่นี้ถือเป็นไซน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา คือทั้งถนน
เป็นร้านคนจีนหมด บางร้านคนขายก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ก็ไม่รู้อยู่กันได้ไง
เคยได้ยินคนเล่าให้ฟังว่า บางคนขนาดตอนย้ายมาจนรุ่นที่ 2- 3 ก็ยังพูดอังกฤษไม่ได้
เพราะไม่เคยออกไปจากย่านเลย อยู่แต่กับสังคมตัวเอง อันนี้ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่เคยมี
เพื่อนอเมริกันคนหนึ่งเล่าให้ฟัง พอมาถึงก็แบบว่า เออก็เป็นไปได้นะ

ของขายที่นี้ก็ไม่ได้ถูกมากๆอย่างที่คิด หากจะซื้อของฝากให้เพื่อนที่นี้ก็ถือเป็นแหล่ง
ซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปได้ แต่ถ้าเน้นแบรนด์เนม ให้เดินเข้าไปในเมือง
มีเยอะแยะมากมายให้เลือก


เดินจนเหนื่อยก็เข้ามาเช็คอินเอาของเข้าห้อง จากนั้นไม่หยุด ผมก็ไปต่อที่สะพานแดง
หรือสะพานโกลเด้นเกท โดยวันนี้ผมอยากเก็บให้หมดหลายๆที่ วันอื่นๆจะได้มีเวลาไปเดิน
ช๊อปปิ้ง ไปดื่มเหล้า ไปทำตัวให้เหมือนมาพักผ่อนจริงๆ 555 เพราะทุกครั้งถ้าหากไปเที่ยว
ที่ไหนผมจะไม่ค่อยสนใจไปตามที่ต่างๆ แต่รอบนี้ขอไปเก็บรูปก่อน เห็นคนถ่ายรูปกับ
สะพานนี้ สวยมาก อยากได้ภาพแบบนั้นมั่งเลยรีบๆไป ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน


วิธีการเดินทางไปก็แสนจะง่ายมาก สามาถซื้อบัตรขึ้นรถที่เป็นรายวัน รายสัปดาห์
ได้ที่สถานี Powell บัตรนี้รวมรถรางด้วย เวลาขึ้นรถเมล์ที่เขารับก็โชว์ให้เขาดู
ถ้าใช้ได้เขาก็จะให้ขึ้น ใช่ไม่ได้เขาก็ไล่ลงมาเองแหละ
การเดินทางไปก็เปิด Google Map เลยจ้าาาาา ไม่ต้องกังวลว่าหลงเพราะมีรถไป
ที่สะพานแดงแน่นอน เห็นบางคนบอกต้องขึ้้นสายนี้เท่านั้น บางคนบอกสายนี้ จริงๆมันมี
รถเมล์ไปถึงแน่นอน แต่จำไม่ได้จริงๆสายอะไร เอาเป็นว่าใครมีอินเตอร์เน็ตก็เปิดใน
Google Map และกัน มันจะบอกอยู่สายอะไร จอดหน้าสะพานแดงเลย

และสุดท้ายก็มาถึงจนได้ โดยจริงๆแล้วสะพานนี้มันก็ไม่ได้เชิงสีแดงนะ สีจริงๆมันคือส้มออก
แดงๆ มันถูกย้อมเป็นสีนี้เพราะแรกๆเนี้ยเขาอยากจะให้มันมีสีดำคาดเหลืองเพื่อที่จะสามารถ
มองเห็นในหมอกได้ แต่สุดท้ายสถาปนิก เออร์วิง มอร์โรว์ ก็ได้โน้มน้าวทางกองทัพว่า
นี้ทำไมไม่เอาสีส้มๆแดงๆแทนหล่ะ มันมองเห็นได้ทุกสภาพอากาศ
อีกอย่างมันทำให้เด่นขึ้นด้วย สรุปเขาก็เลยมีมติว่า ก็ได้ว่ะ สีนี้ก็สีนี้
จนปัจจุบันก็กลายเป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในอเมริกาที่คนต้องมากัน
เพื่อมาถ่ายรูปกะอีสะพานนี้ รวมถึงผมด้วย 555

เก็กหน่อย


ลองถ่ายรูปไปมาหลายรูปก็แบบยังไม่โดนใจสักที สรุปก็เลยตัดสินใจกลับห้องไปพักผ่อน
ก่อน ซึ่งกว่าจะเสด็จกลับก็เกือบสามทุ่ม ตอนกลางคืนทีนี้หนาวด้วย แบบถ้าไม่มีเจ็กเก็ตนะ
ตายแน่ๆ ก็ไม่เข้าใจทำไม Homeless หลายๆคนอยู่ได้

 

ตอนหัวค่ำก็ยังดูวุ่นวายอยู่ดี

กลับมาสู่รังจนได้ ด้านล่างล๊อบบี้ก็จะมีพวกคนที่พักมาทำกิจกรรมกัน ดื่มเหล้าเล่นเกมส์

 

วันรุ่งขึ้นก็ยังไม่ยอมแพ้ เลยออกไปถ่ายรูปอีกที่ China Beach กับ Baker Beach
เพื่อจะดูว่าที่ไหนที่มันถ่ายออกมาแล้วได้รูปสะพานที่สวยที่สุด โดยเริ่มต้นจาก
China Beach ก่อน ซึ่งกว่าจะออกไปนั้นก็บ่ายแก่ๆแล้ว เพราะตอนเช้ามัวแต่ไปเดิน
ซื้อของ เพราะเห็นมันลดซะใจดี เลยแบบพลาดไม่ได้ สรุปสอยเสื้อแจ็กเก็ต NIKE มาตัว
แบบมันกันลม กันหนาวได้ดีเวอร์ ไม่คิดมาก่อนว่าจะกันได้


พอไปถึง China Beach นั้นเผอิญมีคนมาจัดงานวันเกิดพอดีแบบกินเหล้า เมากันสนุกสนานบนชายหาด เห็นแล้วอยากเข้าไปแจมแต่แบบยืนนานไม่ได้ หนาวมากๆๆ

CHINA BEACH

ระหว่างเดินลงไปดูหาด ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งดูหน้าจีนๆคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนอเมริกา
กำลังเดินลงไปด้านล่างกะฝรั่งคนหนึ่ง เผอิญไปเผลอได้ยินบนสนทนาสองคนแล้วอดฮาไม่ได้
ผู้หญิงบอกฝรั่งที่น่าจะไม่ใช้เมกันไปว่า

ผู้หญิง : นี้ๆฉันจะพาเธอไปดูหาดนี้ หาดนี้สำคัญมากๆทีเดียว
ผู้ชาย : ทำไมเหรอ
ผู้หญิง : ก็บรรพบุรุณฉันก็อพยพมาขึ้นกันตรงนี้ไงเธอ ฉันมาทีนี้ทีไรฉันสัมพัสได้ถึงอดีต

คือที่ขำเนี้ยเพราะน้ำเสียงเธอ และการพูดของเธอทีแบบใครฟังก็ต้องขำ คือเราก็คิดว่าเขา
คงอำๆกันแหละ

 


Baker Beacch


Baker Beacch อยู่ไม่ห่างจาก China Beach เท่าไหร่ แต่ต้องเดินอ้อมออกมา
ซึ่งก็สักกิโลหนึ่งอยู่ ที่นี้ดูกว้างและสะอาดกว่ามาก ติดที่ว่าลมแรงไปหน่อยตอนไปที่นั้น
เป็นที่ที่สามารถมองสะพานได้ชัดและสวยมาก โดยเฉพาะเวลาตอนเย็นๆตอนที่ฟ้ากำลังจะปิด

มีที่ให้วิ่ง ให้นั่งเล่นกันดูพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสบายใจกันเลย

แต่จะว่าไปการมาที่ซานฟรานทีนี้ก็ได้อารมณ์เหมือนอยู่เมลเบินน์เลย เพราะมันไม่ค่อยต่าง
กันเท่าไหร่นัก มีคนเคยบอกว่าเมลเบิลน์คล้ายซานฟราน ซานฟรานคล้ายเมลเบิลน์พอมา
ที่นี้จริงๆ ก็ได้ความรู้สึกนั้น แต่ที่ซานฟรานซิสโกจะดูคึกคักว่ามาก

 

ถือว่าเป็นที่จบที่สวยสำหรับการมาถ่ายรูปกับสะพานสีแดงนี้ เพราะได้รูปที่ต้องการมากๆ
แบบอารมณ์พระอาทิตย์ส่องหน้า มีแบล็กกราวเป็นสะพาน 555


บรรยากาศยามเย็นในเมือง


อีกวันผ่านไปเลยมีแพลนที่จะไปเดินดูที่ Fisherman's Wharf ทั้งๆทีมีบัตรขึ้น
รถแต่ไม่ขึ้นแต่กลับเดิน ก็เลยเดินไปแทนจากสถานี Powell นี้แหละ
เดินไปใช้เวลา 45 นาที แบบก็ไม่ค่อยเหนื่อยมาก สนุกดีได้เดินถ่ายรูปอะไรไปเรื่อยๆ

 

จะสังเกตุได้ว่ามันมีเนินขึ้นลงตลอด บอกได้เลยว่าเหนื่อยมากๆเวลาเดินขึ้นเนี้ย

 

 

ซาน ฟรานซิสโก มาริไทม์" (San Francisco Maritime) ทหารเข้าฟรี
คนนอกเสียตังค์ เลยไม่ได้เข้าไปด้านในสุดๆ เพราะมันไม่ค่อยคุ้มกับการเสียตังค์เข้าไป
จริงๆมันก็ไม่ได้แพงหรอก แต่งก เลยถ่ายเฉพาะแต่ด้านนอกอย่างเดียว

 


และอีกที่ที่คนพูดนักพูดหนาว่ามันอเมซิ่งจิงกะเบลมากๆ ก็คือถนนลอมบาร์ด
Lombard Street จริงๆน่าจะตั้งว่าถนนลำบาก มากกว่า
คือเป็นถนนที่มันคดเคี้ยว ขับยาก ตอนก่อนมาก็นึกว่ามันจะใหญ่เวอร์อลังการ
แต่พอมาถึงก็แหมมม มันก็แค่บล๊อคเดียว ปั๊ดโธ่ และก็ไม่ค่อยมีใครขับกัน เพราะด้านหลัง
ถนนแม่งก็ปิด ข้างๆก็ปิดสรุปคนมาขับนี้ ขับโชว์ชิมิ? 555

 


และในที่สุดก็มาถึงที่ที่สำคัญ (หรือเปล่า?) แหมใครมาทั้งทีไม่ได้มาดูออริจิของร้านไอติม
ที่เราๆกินกันอยู่ก็เสียดายนะครับ มันก็คือร้านไอศครีม สเวนเซ่นส์ ซึ่งเข้ามาก็เหมือนร้าน
ธรรมดาๆ แถบไม่อยากจะเชื่อว่ามันดังได้ในบ้านเราจนเปิดเป็นหลายสาขาอลังการมาก
พอมาถึงที่ก็แบบ แป่ววววววว ไม่มีอะไรเลยดูเฉยๆ แต่ก็คลาสิกดี

และนี้ก็คือภาพบางส่วนของเมืองนี้


และนี้ก็เป็นเรื่องราวบางส่วนของผมในซานฟรานซิสโกครับ เป็นเมืองที่ดูครึกครื้นและ
สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก ใครที่มาเมืองนี้อาจจะชื่นชอบก็ได้เพราะมันก็ดูน่าอยู่ดี
แต่ผมจะเป็นคนไม่ค่อยชอบอารมณ์เมืองๆเท่าไหร่ เพราะเป็นคนเมืองไง
ชอบอะไรๆที่มันกึ่งกลางระหว่างบ้านนอกกะเมืองมากกว่า 555
การเดินทางที่นี้ก็สะดวกสะบายครับ มาเที่ยวก็ไม่ต้องคิดมาก มีอินเตอร์เน็ตก็เปิดกูเกิ้ลโล้ด
เดินทางไปไหนมาไหนง่าย ผับบาร์ก็มีให้เที่ยวเยอะมาก
ทุกที่ปิดกันตี 2 แหละครับ แต่มันจะมีที่ที่เปิดแถว Stock Exchange tower
ที่เปิดยันเช้า จริงๆบอกไปงั้นแหละ ไม่แนะนำให้ไป คนเล่นยาเยอะ
อีกอย่าง ที่นี้เขาตรวจบัตรด้วยเวลาไปเข้าบางสถานที่ แต่ผมถือแค่บัตรประชาชนกับใบ
ขับขี่ไป เขาก็ไม่ได้ว่านะ ให้เข้าปกติ คนอเมริกันที่ประสบมาค่อนข้างที่จะ friendly
เป็นกันเอง เช้าๆนี้ก็เห็นหน้ากัน ยิ้มทักทายที่โรงแรม
ตกดึกนี้ก็เริ่มมาเดินขายยาริมถนนและ 555

เอาเป็นว่าระวังตัวด้วยแหละกันครับถ้าหากมา และหากใครมีแผลนที่มากกว่ามาเดินเตร่ๆ
ก็อยากให้ไปทำๆกัน แต่ถ้าใครไม่คิดมาก แค่อยากมาฮอลีเดย์ชิวๆก็ไม่ต้องแผลนอะไรมาก
อย่างที่ผมบอกไปครับ ที่สถานที่ต่อไปที่ผมจะพาไปก็คือ Las Vegas ซึ่งไม่ได้ตั้งใจ
ยังไงติดตามผมมากับทริปหน้ากันเลยดีกว่าครับ

 

คำแนะนำต่างๆ

icon.gif (941 bytes)1.ถ้าชอบเดินไกลๆ แนะนำไม่ต้องซื้อบัตรขึ้นรถหรอก ซานฟรานไม่ได้ใหญ่มาก
icon.gif (941 bytes)2.ถ้ามีใครแนะนำให้ซื้ออะไรไม่ดี หรือให้ลองอะไรไม่ดีให้เลี่ยงๆไว้นะอันตราย
icon.gif (941 bytes)3.จองตั๋วล่วงหน้าไปที่อื่นๆจะดีมาก เพราะบินจากซานฟรานไปแม็กซิโกตอนโปรๆ
เนี้ยถูกมาก

 


 

 

 



เที่ยวสั้นๆระหว่างต่อเครื่อง ที่เกาหลี

ลุ้นโชคที่คาสิโนในลาสเวกัส ในย่านสตริป

ตะเวนถ่ายรูปกับโอเปร่าเฮาส์
ในซิดนีย์

ถ้าคิดถึงปาร์ตี้และเบียร์ถูกๆ ต้องที่นี้ที่เดียว ที่เยอรมัน

   
   


Follow me on

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Flag Counter