เที่ยวเวนิส
เมืองโรแมนติกแห่งอิตาลี

ทริปเวนิส ล่องเรือ ชมเกาะ จิบไวน์ สไตล์อ๊อคโต้

การมาครั้งนี้ก็เหมือนกับความฝันเช่นกัน เพราะเวนิสนั้นเป็นที่ที่อยากมามากที่สุดในยุโรป
เพราะเนื่องจากความสวยงามของมันนั้นและก็แบบชื่อเสียงของมันทำให้ผมอยากจะ
มาเหยียบสักครั้งที่นี้ อยากจะมาดื่มไวน์ ล่องเรือกอนโดร่า ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ 555

จริงๆแล้ว แรงบันดาลใจหลักๆก็น่าจะมาจากเรื่อง The tourist ที่ แองเจิลลีน่าโจลี่เล่น
คือมันไม่ได้ติดที่บทหนังหรอก แต่สถานที่มันแบบเย้ายวนมากๆ
เป็นที่ที่เหมาะกับฮันนีมูลมากๆ คือบางครั้งก็คิดว่าตัวเองเป็นบ้า เพราะเป็นหนัง
ที่ดูเกิน 10 รอบ ดูแล้วดูอีกดูแล้วดูอีกเวลาไม่มีอะไรทำ คือสมัยก่อนย้อนไปหลายๆปีก่อน
ก็ไม่รู้จักหรอกที่นี้ รู้แต่ว่าคนไปมาเก๊า ไปเวนิเซียจำลองกัน แล้วก็ถ่ายรูปสวยงามมาอวด แต่พอเริ่มได้รู้จักที่จริงๆหลังจากได้ดูสารคดี ได้เห็นภาพ ก็คิดเลยว่า
แล้วทำไมเราจะต้องไปที่จำลองด้วยหล่ะ ก็ไปที่จริงมันเลยไหนๆก็เก็บตังค์แล้ว 5555

แท็กยอดฮิต

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

เมืองแห่งปาร์ตี้ต้องที่เยอรมัน

ไปบาร์เซโลน่ากัน

ไปรัสเซียเที่ยวมอสโก

 


เวนิสนั้นเป็นเมืองหลวงแคว้นเวเนโตที่อยู่ในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่มีคลองอยู่ทั่วเมือง
ไปไหนมาไหนก็ต้องเรือเท่านั้น น้ำที่เวนิสนั้นสีสวยมาก อารมณ์ประมาณฟ้าและเขียว
ถึงแม้ที่ตั้งจะอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี
แต่ก็ไม่แห้งแล้งเหมือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนะ เพราะว่ามีแต่น้ำ 555

 

 

เมืองนี้เป็นถูกสร้างบนเกาะต่างๆรวมทั้งสิ้น 118 เกาะ ที่อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ 2 ไมล์ครึ่ง
เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่สวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก”
( The Queen of the Adriatic) หรือ “เมืองแห่งสายน้ำ” (The City of Water)
โดยนครเวนิสได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและมหาอำนาจในการเดินเรือของ
ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในสมัยก่อน

สิ่งสำคัญที่ทำให้ที่นี้เป็นที่รู้จักเลยก็คือบทประพันธ์ของของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์
เรื่องของพ่อค้าแห่งเวนิช แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเลยคือ โรมิโอ และ จูเลียด
ซึ่งมีความเชื่อว่า ณ แคว้นนี้ เป็นถิ่นกำเนิดของทั้งคู่

และนี้ก็เป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆก่อนที่จะมาดูเรื่องราวกัน
เอาเป็นว่าตามกันมาเลย.....

แผนที่ตั้งของเมืองเวนิส

 

ผมเดินทางจากมาเลเซียไปเวนิชโดยนั่งสายการบิน เอธิฮัด
เป็นสายการบินที่เกือบจะไม่ประทับใจและ ก็ตรงพนักงานนี้แหละ
เพราะผมอยากกินไวน์ แต่ไม่ให้ ผมก็เลยบอกว่าอ้าว ทำไมถึงไม่ให้
สรุปพอขออีกคนหนึ่งให้ ผมก็เลยร้องเรียนกับพนังงานอีกคนเลยซะ
ชอบบรรยากาศในเครื่อง ดีไซต์และอื่นๆ ดูแบบหรูหราดี

หลังจากลงเครื่องบินมาถึงสนามบินเวนิช ก็โดนอย่างแรกเลย อิมมิเกรชั่น ถามๆ
เยอะแยะมากมาย แบบเห็นคนเอเชียชาติอื่นไม่ถามอะไรมากมาย
สงสัยคนไทยหนีมาเยอะมั่งเลยถามเยอะ จะเล่าบทสนทนาแบบย่อๆให้ฟัง


ต.ม. : มาทำอะไรที่นี้
ผม : มาเที่ยวครับ
ต.ม : เที่ยวกับใคร
ผม : (อ้าวอีเหี้ยมาคนเดียวก็เที่ยวคนเดียวสิ นึกในใจ 555) เที่ยวคนเดียวครับ
ต.ม : พักที่ไหน อยู่กี่วัน ทำไมถึงอยากมา
ผม : (ผมก็ตอบตามความเป็นจริงไปหมด แต่เนื่องจากแผลนมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น
ก่อนมา ก็เลยไม่ได้บอกหมด บอกสั้นๆว่า) อ่อ พักที่นี้ตามบุ๊กิ้งเลยครับ
(ตอบด้วยความมั่นใจ แบบว่ากูไม่หนีหรอก)
ต.ม : เที่ยวครังแรกใช่ไหม
ผม : (คิดในใจ นี้เมิงไม่ดูพาสปอร์ตหน้าอื่นๆเลยเหรออออออ สแตมป์ตั้งเยอะแยะไปหมด)
เปล่าครับผมมาเที่ยวยุโรปทุกปีอยู่แล้ว
ต.ม : ไหนขอดูหลักฐานหน่อย ว่าเที่ยวที่ไหนมาก่อนบ้าง
ผม : (ยื่นพาสปอร์ตอีกเล่มที่หมดอายุแล้วแต่มีวีซ่าอเมริกาให้)

คือเข้าใจว่าเป็นหน้าที่แต่มีอีกหลายๆคำถามที่แบบรู้สึกเลยว่า เฮ้ยยถามมาได้ไง
หรือหน้าเราเถื่อน 555 ถามซะแบบรู้สึกอยากโดดจริงๆซะแล้ว
จากนั้นพอจะออกมาจากสนามบิน ก็โดนตำรวจลากไปคุยอีก บอกให้เปิดกระเป๋า
(กระเป๋าใหญ่มากแถมใส่กุญแจล๊อคไว้)
แล้วตำรวจก็ค้นๆ กว่าจะออกมาได้ก็เล่นนานอยู่

หลังจากออกมา ก็เดินไปด้านหน้าสนามบิน มันก็จะมีรถรับส่งเป็นรถบัส
ผมมาลองที่สนามบิน Venice Marco Polo International Airport
ซึ่งใช่เวลา 20-30 นาทีไปในเมืองเวนิส รถบัสจะตกอยู่ที่ราคาประมาณ 6 ยูโรต่อเที่ยว
แล้วจะพาเราไปส่งที่ Piazzale Roma

ระหว่างนั่งรถมาเกาะ

รถมันก็จะมาจอดตรงนี้แหละ

 

คือบอกก่อนว่าเวนิชมันก็ไม่ได้เล็กและใหญ่ ถ้าหากว่าพักไกล ชอบเดิน ก็เดินได้
แต่ผมเจือกไปพักบนเกาะเลย ชื่อว่า giudecca Island คือซวยมากๆถึงมากที่สุด
คือตอนลงจากรถมาถึง กลับทำกล้องถ่ายรูปเจ๋ง เลยแบบไม่มีวีดีโอเลยงานนี้ซวยมากๆ
แถมรูปที่ถ่ายออกมาจากกล้องมือถือ ก็เน่ามากๆ แต่ก็ยังดีที่มีอะไรไว้ถ่ายอยู่

เลยสรุปว่าเก็บภาพมาให้ได้แบบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
พอตอนทำพัง สิ่งที่ลืมตามมาคือลืมซื้อตั๋วที่ใช้เป็นวัน เป็นสัปดาห์
กลับไปซื้อตั๋วนั่งเรือเที่ยวเดียวประมาณ 7 ยูโร สรุปซวยจริงๆ เอาจริงๆนะ
คือคนขับเรือเขาไม่ว่าอะไร แถบจะไม่ตรวจเลย จะนั่งฟรียังได้ แต่ด้วยจรรยาบรรณ
พอผมถึงอีกฝั่ง ก็ต้องรีบไปหาซื้อตั๋วหลายๆเที่ยวไว้ก่อนเลย ประหยัดกว่ามาก

ซื้อตั๋วซะ

 

เสร็จแล้วก็มารอขึ้นเรือที่ท่าด่านขวาใต้สะพานที่เห็น

 

ระหว่างนั่งเรือมา

 

 

ในที่สุดก็มาถึงจนได้

 

พอถึงปั๊ป ไม่รีรอ รีบอาบน้ำ อัพรูป จากนั้นก็ออกไปร่างเริงทันที

ผมพักที่ Generator hostel จริงๆเป็นไปได้อยากพักในเมืองจะได้ไม่ต้องนั่งเรือไปๆ
มาๆบ่อยๆ อย่างที่บอกไปคืออยู่ที่เกาะ giudecca Island

วิวจากห้อง

 

ระหว่างนั่งต่อเรือไปเกาะ San Marco ก็ผ่านสถานที่สำคัญคือ San Giorgio Maggiore
(โบสถ์ซานจอร์โจ แมกจอเร) เป็นคริสตจักรนิกายเบเนดิกในศตวรรษที่ 16
สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในสไตล์คลาสสิกและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา หรือในช่วงระหว่างปี
1566 - 1610 ซึ่งเวลานั้นปิดพอดี เลยไม่ได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมชม
(เอาจริงๆก็ไม่ได้สนใจ) เลยไม่ได้ไป

สรุปก็มาลงที่ท่าเรือ S.zaccaria - piazza S.marco คนแน่นมากๆ
ทัวร์จีนมีทุกที่บนโลกจริงๆ เยอะมากๆ

ระหว่างทาง

และนี้ก็เป็นที่สำคัญที่ต้องเดินผ่านมาให้ได้คือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (St Mark's Basilica )
อยากให้มาดูและมาเปรียบเทียบกับที่หัวหิน จะเห็นว่า ความขลังมันต่างกัน 555

 

แถวนี้เป็นบริเวณ Saint Mark's Basilica "โบสถ์ซานมาร์โค หรือ โบสถ์เซนต์มาร์ก"
ซึ่งตอนมา มีการบูรณะอยู่เลยอดถ่ายรูปสวยๆเลย
(จริงๆก็ถ่ายไม่สวยอยู่แล้วเพราะใช้กล้องมือถือรุ่นโบราณ)

ป้ายนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เลย

มาเล่าถึงเรื่องเรือกอนโดลากัน

อาชีพพายเรือกอนโดลานั้นเป็นอาชีพที่มีสงวนไว้เฉพาะคนพื้นเมือง และอีกอย่างคือเป็นอาชีพ
ที่มีมานานหลายร้อยปี โดยคนแจวเรือที่นี่เขาจะมีชุดฟอร์มของเขาเป็นลาย
แถบขาวสลับสีสันไป สวมหมวกมีริบบิ้นสีแดงและระหว่างแจวก็จะร้องเพลง
ให้ฟังอย่างโรแมนติก เขาว่ากันว่าเรือกอนโดลานั้น แต่ละอันเป็นงานฝีมือล้วน
และไม่เหมือนกันสักอัน โดยใครอยากได้กลับบ้านนั้น ก็คงต้องขายบ้านมาซื้อกันทีเดียว
เพราะลำหนึ่งตกหลายล้านบาทอยู่ทีเดียว


โทรศัพท์ตู้ (ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า)

ตามตรอกซอกซอยสวยงามมาก



 

เรือแล่นมาพอดีเลยถ่ายซะเลย

เดี๋ยวขอเล่าวิกฤตการ์ณที่เวนิสกำลังประสบอยู่คือ เมืองแห่งนี้กำลังจะจมไป
และเป็นเมืองที่ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องและรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปีๆ
ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Acqua Alta
หรือระดับน้ำในทะเลหนุนสูงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมที่เวนิสกว่า 200 ครั้งต่อปี
โดยอย่างที่ทราบกัน พอน้ำท่วม ก็ต้องเกิดความเสียหาย และกว่าจะบรูณะนั้นก็ใช้เวลา
ฉะนั้นใครไม่อยากให้มันจมหายก่อนก็ควรมาก่อนที่จะสายนะจ๊ะ

 

ดูสภาพแล้ว ถ้าหากท่วมบ่อยๆนั้น การบูรณะอาจจะยากขึ้นแน่ๆ

นั่งไหมหล่ะ ราคานี้ 5555

 

ผมเดินไปเรื่อยๆ จนรู้สึกหิวและ แต่ยังไม่อยากใช้จ่ายตังค์มาก
เลยไปหาซื้อระหว่างทางก็ไปเจอ สะพานรีอัลโต "Per Rialto" ใกล้แถวนี้นั้นมีผับ บาร์
ร้านอาหารเยอะแยะมากมาย นี้ขนาดหิวยังเดินเล่นอีก
สุดท้ายก็เลยไปนั่งจบที่ร้านพิซซ่าถูกๆ แล้วก็ไปเจอคนอิตาลีกลุ่มหนึ่ง
กำลังทัวร์ดื่มเหล้าตามบาร์ต่างๆหรือที่เขาเรียกว่า bar-hopping ด้วยความเฟรนลี่
ผมก็เลยไปทัก แล้วก็ได้เดินตะลุยดื่มไปกับพวกเขา

สะพานรีอัลโต

เล่าให้ฟังก่อน สะพานริอัลโต (Rialto) เดิมทีเป็นสะพานไม้ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม
และค้าขายแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเวนิส ที่ต้องมาดูให้ได้


 

เพื่อนๆที่เจอที่นั้น

สรุปว่าที่แรกที่ไปคือ Bacarando in Corte dell'Orso
อยากจะบอกก่อนว่าสปาร์กลิ้งไวน์ที่นิยมกันที่เวนิซคือ prosecco โปรเซคโก
มีราคาถูกมาก เมืองไทยนี้แม่งขายกันแพงเวอร์วัง เดินตามซูปเปอร์หาซื้อขวดไม่ถึงร้อย
ส่วนตามบาร์แก้วละ 2-3 ยูโรเอง ราคาประมาณตามบาร์ไทย

ตกลงร้านนี้จะขายเหล้าหรือขนมกันแน่ 5555

พอเริ่มหัวค่ำ ทุกคนก็เริ่มเมากันหมดแล้ว 555 แต่ผมไม่เมา
เพื่อนอีกคนเลยพาเพื่อนอีกกรุ๊ปไปต่อกันที่ร้าน TerraLupo สรุปได้เจอเพื่อนกรุ๊ปใหม่อีก
(เพื่อนพวกนี้หลังจากกลับมาประเทศไทย ก็มาเยี่ยมที่เมืองไทยด้วย
นี้แหละข้อดีของการสร้างเพื่อนระหว่างเดินทาง)


ไปกันหลายร้านมาก

 

อันนี้ตอนดึก มึนมากคือเมา แต่พยายามเดินกลับระหว่างทาง
ระหว่างยืนรอเรือตอนตีสองกว่านั้น ก็ไปเจอคนสองคนยืนเมารอเรืออยู่
พวกนี้ก็ถามว่าจะไปไหน
สรุปไปที่เดียวกันเพราะสองคนที่เป็นนักเรียนนี้กำลังกลับบ้านไปหาร้านดื่มต่อ
สรุปพอมาถึงที่ และก็เริ่มเพาๆลง เลยตัดสินใจไปกินต่ออีก สรุป ยันเช้าครับพี่น้อง 5555
สนุกมากสำหรับวันนี้

 


อยู่ยันพระอาทิตย์ขึ้น

ตื่นมาอีกทียันบ่าย ก็เลยอยากได้รูปใหม่ เลยไปเดินเล่นต่อ
เดินไปก็อยากรู้ว่าเมือคืนไปไหนมา เลยเดินกลับไปใกล้ที่เดิมเมื่อวาน
ที่นี้จะใกล้กับ San Giacomo di Rialto
เวนิซนั้นถือว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในอิตาลี ฉะนั้นเปรียบเทียบกับโรม
ก็คงเปรียบกันไม่ได้ การเดินตอนกลางคืนปลอดภัยแน่นอน

 

อยากมีที่จอดเรือแบบนี้บ้างจัง อิอิอิ

 

เดินๆไปเรื่อยๆก็ไปเจอ Basilica dei Frari ที่นี้มีงานศิลปะมากมายที่ผมไม่ได้เข้าไปดู
เพราะมันไม่เร้าใจ 5555

ภาพสถานที่ต่างๆ

 

 

อีกสักรูป..

 

เป็นอะไรที่สวยงามมากๆ

 

ท่าเรือ Ferrovia ที่นี้คือที่ที่ใครสามารถนั่งรถไฟข้ามประเทศไทย
หากใครจองตั๋วรถไฟล่วงหน้านานๆ จะถูกมากๆ

ตรงข้ามที่เห็นเป็นโดมสีเขียวเขาเรียกว่า San Simeone Piccolo เป็นโบถส์เช่นกัน

 

หลังจากคืนแรกผ่านไปคืนที่สองผมก็ไม่รอช้า ไปกินต่อ แต่คืนนี้ดูคนเงียบๆ
เพราะเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ แต่อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นทริปที่ประทับใจมาก
เพราะได้ทั้งเพื่อน และมิตรภาพ

หากใครที่ยังไม่เคยไปเวนิซก็อย่าลืมมาเยี่ยมชมหล่ะ เป็นสถานที่ปาร์ตี้ที่ดีเลยทีเดียว
แถมมีพวกสถานที่โบราณต่างๆให้เยี่ยมชมด้วยมากมาย

จบกันไปแค่นี้ครับ ติดตามไปเที่ยวกันต่อที่เยอรมันกัน เพราะผมได้นั่งรถไฟจากที่นี้แหละ
ไปเยอรมัน

 

 

 


 

icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes)  icon.gif (941 bytes) 

 

คำแนะนำต่างๆ

icon.gif (941 bytes)1.เมืองเวนิสเป็นเมืองที่ปลอดภัยมากๆ แต่ก็ให้ระวังตัวมากๆอย่าพกของมีค่าออกไป
icon.gif (941 bytes)2.การเดินทางที่นี้เรืออย่างเดียว แล่น 24 ชั่วโมง แต่หลังเที่ยงคืนกว่าจะมาก็นาน
ออกทีก็ครั้งละครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงหนึ่ง
icon.gif (941 bytes)3.แนะนำสะดวกๆควรพักในเมืองที่ไม่ใช่เกาะเหมือนผม
icon.gif (941 bytes)4.ถ้าไม่ได้มาวันเดียว อย่าลืมซื้อตั๋วราย 3,5,7 วัน เพราะประหยัดกว่านั่งเที่ยวละ 7ยูโร

 

 
รอบนี้ไม่มีวีดีโอนะครับ แย่จุง...  
 
   


 

 

 



เมืองบาร์เซโลน่าแห่งวัฒนธรรม
เมืองคาตาลันต้องที่นี้

เมืองแห่งสองทวีป ระหว่างยุโรป และ เอเชีย

ในเมื่อเราไม่ต้องทำวีซ่าไปรัสเซีย สักครั้งในชีวิต?

ถ้าคิดถึงปาร์ตี้และเบียร์ถูกๆ
ต้องที่นี้ที่เดียว ที่เยอรมัน
   
   


Follow me on

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Flag Counter